เทคนิคดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในหน้าร้อน

17 เมษายน 2561

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

เทคนิคดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในหน้าร้อน

สภาพอากาศที่ร้อนในเดือนนี้ ทำให้เครื่องปรับอากาศและตู้เย็นต้องรับภาระเป็นผู้ช่วยดับร้อนให้ทุกคนในบ้านอย่างหนักหน่วง วันนี้ Nirvana จึงมีเทคนิคการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทนี้มาฝากกัน เพื่อเราสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องตกใจกับบิลค่าไฟที่จะต้องจ่ายในเดือนถัดไป

ดูแลเครื่องปรับอากาศให้เย็นฉ่ำ

หน้าร้อนแบบนี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะตรวจเช็คสภาพและล้างทำความสะอาดส่วนประกอบต่างๆ ของแอร์ ซึ่งปกติควรทำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อปี เพราะภายในเครื่องมักเต็มไปด้วยเศษผมหรือละอองฝุ่นเล็กๆ ที่เข้าไปจับตัวเป็นแผงใหญ่และหนาจนเป็นตัวการสำคัญทำให้อากาศผ่านได้ไม่สะดวกและกั้นการส่งลมเย็นออกมาได้น้อย จึงทำให้รู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศไม่เย็นฉ่ำอย่างที่ต้องการสักที นอกจากฝุ่นละอองแล้วยังมีเรื่องความชื้นของน้ำหยดในระบบที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและเชื้อรา ซึ่งหากเราไม่เคลียร์ให้สะอาดอยู่เสมอก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของสมาชิกภายในบ้านได้

เทคนิคเปิดแอร์ให้ประหยัด

แม้ภายในเครื่องจะใหม่เอี่ยมหลังจากที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ใช่ว่าเราจะเปิดสวิตช์แล้วเย็นก็จบกัน เพราะนั่นเป็นการใช้พลังงานที่สิ้นเปลื้องไปโดยใช่เหตุ แถมยังอาจย้อนมาทำร้ายเงินในกระเป๋าเราด้วยตัวเลขบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่อีกด้วย ซึ่งเทคนิคการใช้แอร์ให้ประหยัดไฟมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. ก่อนเปิดแอร์ เราควรเปิดประตู – หน้าต่างเพื่อระบายความร้อนออกจากห้องก่อนสัก 10-15 นาที หลังจากนั้นจึงปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดแล้วเปิดสวิตช์ให้แอร์ทำงาน กรณีเปิดแอร์ระหว่างวันควรปิดผ้าม่านกันแสงเพื่อกันความร้อนและแสงแดดไม่ให้เข้ามาในห้องโดยตรง

2. ตั้งอุณหภูมิระหว่าง 25-28 องศา ซึ่งเป็นช่วงความเย็นที่ช่วยประหยัดไฟมากที่สุด หากต้องการให้ห้องเย็นเร็วขึ้นอาจเปิดพัดลมช่วย

3. งดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เพราะการเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ อย่างพร้อมกันจะเกิดคลื่นความร้อนทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้นและเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นนั่นเอง

4. อย่านำสิ่งของไปวางขวางทางลมเข้า-ออกของชุดระบายความร้อนที่อยู่นอกอาคาร เพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ดี ทำงานหนัก และเปลืองไฟฟ้า

5. ควรปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมง

ตรวจเช็คถนอมตู้เย็นให้เย็นนานๆ

สังเกตไหมว่า ยิ่งร้อนเรายิ่งเปิดตู้เย็นกันบ่อยขึ้น ทั้งหยิบน้ำเย็น ทานไอศกรีม แช่ผลไม้ และเพื่อให้ความเย็นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจึงควรเช็คสภาพและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยมี 2 จุดสำคัญที่เราควรสำรวจ ได้แก่

ขอบยางตรงประตูตู้เย็นว่าหลวมหรือปิดไม่สนิทหรือไม่ สามารถทดสอบได้โดยเอากระดาษสอดไว้ตรงประตู ให้มีส่วนของกระดาษยื่นออกด้านนอกเล็กน้อยแล้วปิดประตูตู้เย็นให้สนิท ถ้ากระดาษร่วงหล่นลงมาได้ง่ายๆ แสดงว่าขอบยางเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว ให้รีบเปลี่ยนใหม่ทันที อีกจุดคือการทำความสะอาดแผงระบายความร้อนหรือ Condenser coils ซึ่งทั่วไปมักอยู่ด้านหลังหรือด้านใต้ของตู้เย็น โดยทำการถอดปลั๊กให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงนำแปรงมาปัดฝุ่นออกหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วยก็ได้ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างเต็มที่

เคล็ดลับใช้ตู้เย็นประหยัดพลังงาน

ยังมีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักเกินไปและเราก็สบายกระเป๋าด้วย ดังนี้

1. ไม่ควรเปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ หรือเปิดประตูตู้ทิ้งไว้นานๆ เพราะจะทำให้ตู้ไม่สามารถกักเก็บหรือคงความเย็นไว้ได้สม่ำเสมอ จึงส่งผลต่อเนื่องถึงของที่แช่ไว้ภายในตู้เย็น เช่น ของสดหมดอายุไวขึ้น ของแห้งอาจขึ้นราหรือมีเชื้อปนเปื้อนได้

2. คัดเลือกของที่จะแช่ในปริมาณที่พอดี เพราะการคัดแยกอาหารก่อนนำเข้าตู้เย็นช่วยให้มีพื้นที่จัดเก็บในตู้มากขึ้นอีกทั้งยังเป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถเห็นอาหารต่างๆ ได้ครบ ทำให้สามารถบริโภคได้ตามลำดับก่อนหลัง ไม่เป็นของค้างตู้เย็นนานเกินไป ทั้งนี้ไม่ควรแช่ของมากหรือน้อยเกินไปเพราะจะส่งผลต่อการรักษาอุณหภูมิของตู้เย็นที่ทำให้เปลื้องไฟมากกว่าปกติ

3. งดนำอาหารที่ยังมีอุณหภูมิสูงเข้าตู้เย็นทันที เช่น โจ๊กที่เพิ่งอุ่นเสร็จ น้ำซุปร้อนๆ เพราะอาหารจะเกิดอาการเย็นนอก ร้อนใน ซึ่งอาจทำให้รสชาติเพี้ยนและบูดเสียง่าย รวมทั้งยังเพิ่มความร้อนในตู้เย็นจนต้องทำงานหนักขึ้น

การดูแลเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นในพร้อมใช้งานในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ไม่เพียงช่วยให้เราเย็นฉ่ำดับร้อนกันอย่างมีความสุขเท่านั้น แต่ยังส่งผลพลอยได้ให้กับสุขภาพกายที่ดี และสุขภาพใจที่ไม่ต้องเหงื่อตกเพราะตัวเลขบนใบเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าประจำเดือนอีกด้วย

#DetailsMakeMagic #Happiness #Fulfilling

Top